2007/May/29

Series of Short Fanfictions
Title : Lovin U /ปมรัก
Author : Lelin/ MinPor
Pairing : Jaeho
Genre: Drama
Rating : PG-13/NC-17
Waring : เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องเป็นเพียงเหตุการณ์สมมติ ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาจะทำลายชื่อเสียง หรือกล่าวหาบุคคลใดๆที่ปรากฏชื่ออยู่ในเรื่องงานเขียนนี้ / Series เรื่องนี้ ขอเรียกว่า shortfic ค่ะ เพราะไม่ได้เขียนเรียงตามเหตุการณ์

รถสปอร์ตสีดำสนิทแล่นมาจอดอย่างนุ่มนวลหน้าอพาร์ทเม้นต์หรูกลางเมือง ก่อนประตูทั้งสองด้านจะเปิดออกแทบจะพร้อมกัน น่าแปลกใจที่ผู้ก้าวลงจากที่นั่งคนขับกลับเป็นหญิงสาวร่างสูงโปร่ง สวยเด่นบาดตาในชุดสูทหนังยี่ห้อดัง ส่วนฝ่ายชายที่โดยสารมาด้วยกันกลับก้าวลงจากฝั่งตรงกันข้าม....

แต่ถึงกระนั้นทั้งสองก็เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ในเมื่อฝ่ายชายเองก็หน้าตาหล่อระดับนายแบบ รูปร่างสูงโปร่ง และมีบุคลิกนุ่มนวลชวนมอง

ฝ่ายหญิงเดินอ้อมท้ายรถเข้ามาหาฝ่ายชาย.....ริมฝีปากเคลือบลิกสติกสีเนื้อพรายยิ้มก่อนออดอ้อนเสียงหวาน

จูบลาหน่อยสิคะ

ยุนโฮเลิกคิ้วกับมาดใหมาของสาวเปรี้ยวเข็ดฟันตรงหน้า..น้อยครั้งนักที่สเตฟานี่จะทำตัวน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้ ...แม้จะแปลกใจแต่ชายหนุ่มก็ทำตามบัญชาโดยดี ใบหน้าหล่อคมดน้มเข้าไปใหล้ก่อนกดริมฝีปากหยักลงบนแก้มปรั่งที่ปัดด้วยบรัชสีสมพูอ่อน ..แต่เหมือนคนสั่งจะยังไม่พอใจ

No No ไม่ใช่ตรงนี้ แต่เป็นตรงนี้ต่างหาก เล็บเคลือบสีดำสนิทแตะลงบนริมฝีปากอิ่มเย้ายวนที่ยื่นออกมาน้อยๆอย่างที่เรียกว่างอน...แต่พองาม

ยุนโฮกระตุกยิ้มมุมปากกับความเจ้าเล่ห์ของแฟนสาว แต่ชายหนุ่มก็โน้มใบหน้าลงมาอีกรอบ
รับบัญชาครับ กระซิบแทบจะชิดกับริมฝีปากของอีกฝ่าน ก่อนจะทำตามที่พูด

ริมฝีปากของคนทั้งคู่แตะกันอย่างแผ่วเบา แล้วค่อยแปรเปลี่ยนเป็นจูบลึกซึ้งที่เต็มไปด้วยเสน่หา..ต่างก็เพลิดเพลินกในรสสัมผัสของกันและกัน จนอาจนำพาอารมณ์ให้เตลิดเปิดเปิงไปถึงไหนต่อไหนได้ หากยุนโฮไม่เป็นฝ่ายผละออกก่อน

ร้ายนักนะครับ...จะยั่วกัน ให้ผมตามไปค้างกับคุณอีกคืนหรือไงหึ๐ ชายหนุ่มเอ่ยอย่างล้อเลียน..มือหนายังคงประคองใบหน้าสวยคมอยู่ เช่นเดียวกับนิ้วรียวที่ตัดแต่งอย่างดีที่ยังวางอยู่ที่ไหล่ของเขาตอนนี้ที่เริ่มลูบไล้ลงมายังแผ่นอกกว้างอย่างเย้ายวน

แล้วได้ผลมั้ยล่ะคะ

ยุนโฮยิ้มหวานกับคำถาม ก่อนจะค่อยๆปลดมือซุกซนออกไปอย่างนุ่มนวล ไม่ได้หรอกครับ เพื่อนผมไม่ค่อยสบาย คงไม่ดีถ้าปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวหลายๆคืน

ค่า~ พ่อคนรักเพื่อน หญิงสาวแกล้งประชด ถ้าคนไม่บอกว่าเป็น เขา ฉันคงคิดว่าคุณซุกสาวที่ไหนไว้ในห้องแน่ๆ ดวงตาคมมองเขาราวกับจะจับผิดก่อนสเตฟานี่จะหัวเราะคิกคัก เมื่อยุนโฮยกมือขึ้นเหมือนผู้ร้ายภายใต้การจับกุมของตำรวจ


ล้อเล่นหรอกค่ะ.คุณน่ะมันน่าเบื่อจะตาย คืนเดียวก็เบื่อจะแย่อยู่ละ

แม้ปากจะบอกไปแล้วว่าล้อเล่น แต่ประโยคถัดมาหญิงสาวก็ยังไม่เลิกหยอก ทำเอาชายหนุ่มอดตัดพ้อไม่ได้
ใจร้ายจังนะฮะ

ท่าทางหางลู่หูตกเรียกรอยยิ้มให้ปรากฏที่มุมปากของหญิงสาวอีกรอบ แต่เจ้าตัวก็ไม่คิดจะต่อปากต่อคำ...สเตฟานี่ยกมือขึ้นโบกลา
ไปล่ะค่ะ แล้วจะโทรมานะ กล่าวสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินลิ่วๆ ขึ้นรถไปตามสไตล์สาวมั่น

ครับ ด้วยคำตอบรับบสั้นๆ ประตูรถก็ปิดลง แล้วรถสปอร์ตคันงามก็ออกตัวไป

....พร้อมๆกับประตูกระจกของระเบียงชั้น 20 ที่กระแทกปิดดังสนั่นหวั่นไหว แม้ชายหนุ่มเจ้าของห้องตัวจริงจะไม่ได้ยิน

ภาพแรกที่คลองจักษุเมื่อสาวเท้าเข้ามาในห้องนั้งเล่นคือร่างผอมบางของแจจุงที่นั่งหลังตรงอยู่บนโซฟาตัวยาว...ตาจ้องนิ่งไปยังโทรทัศน์จอแบนขนาดใหญ่....ที่ยุนโฮคงไม่รู้ว่าเจ้าตัวเปิดทิ้วไว้ข้ามวันข้ามืน
ดวงตาสีดำสนิทเบือนมาสบ ก่อนจะเบือนกลับไปยังจอโทรทัศน์อย่างเย็นชา โดยไม่มีแม้แต่ทำทักทาย

เพราะความรู้สึกอึดอักแปลกๆ ยุนโฮจึงออกปากทักทายก่อน ทานข้าวทานยาหรือยัง แจจุง?

ร่างบางเงียบอยู่นยาน ในที่สุดก็ตอบสั้นชัดถ้อยชัดคำ โดยไม่หันมาพูดกันตรงๆ ยัง

ยุนโฮขมวดคิ้ว ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้อีกฝ่ายแล้วถามอย่างใจเย็นอีกครั้ง ยังไม่ได้ทานยาหรือยังไม่ได้ทานข้าว?

แต่เหมือนคนที่นั่งอยู่จะไม่อยากผูกมิตรด้วย จึงตอบแบบมะนาวไม่มีน้ำ ทั้งสองอย่าง

หากเป็นคนอื่นคงยัวะปึงปัง หรือคร้านจะซักถามต่อแล้ว แต่เพราะที่เขาเคยเจอมายัง มากกว่านี้ ชายหนุ่มจึงยังใจเย็นถามต่อไปได้
ทำไมทำอย่างนั้นล่ะแจจุง ทำอะไรทานง่ายๆก็ได้นี่นาจริงมั้ย? ให้ท้องไม่ว่าง แล้วก็ทานยา ของในตู้เย็นก็มีนี่นา ถ้าทานยาไม่ตรงเวลา อาการปวดหัวที่ปะ-

ชั้นขี้เกียจ! พอใจหรือยัง ก่อนคำสั่งสอนจะกลายเป็นร่ายยาว แจจุงที่นั่งเฉยอยู่ก็หันมาตวาดตอบเสียงเขียว แล้วเบือนหน้ากลับไปมองโทรทัศน์ โดยกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ทำกับข้าวกินคนเดียว...จะทำไปทำไม

สรุปว่า ยังไม่ได้กินสักมื้อตั้งแต่เขาไม่อยู่บ้านงั้นสิ..ยุนโฮถอนใจ ต้องให้ได้อย่างนี้สิหน่า พอเขาไม่กลับ ก็ประชดโดยการไม่กินข้าวกินยา ....

แม้จะหงุดหงิดใจแต่ยุนโฮก็พยายามไม่เก็บมาเป็นอารมณ์ ทะเลาะกับแจจุงมีแต่จะทำให้อะไรๆมันแย่ลงไปอีก ยุนโฮจึงเดินเข้ามาหาร่างบางบนโซฟาแล้วดึงข้อมืออีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล
งั้นไปกินข้าวกันนะ ฉันอยู่นี่แล้ว ทีนี้แจจุงก็ไม่ขี้เกียจแล้วใช่ม้า ...ฉันหิวข้าวแล้วล่ะแจจุง ทำให้กินหน่อยสิ

อาจจะเป็นเพราะท่าทางออกอ้อนเอาใจนั้น ในที่สุด คนเอาแต่ใจจึงยอมลุกตามโดยดี ....แต่แล้วก็กลับไม่ยอมก้าวขาตาม.. ยุนโฮจึงต้องเอ่ยถามอีกครั้ง
มีอะไรหรอแจจุง?

จูบชั้นหน่อยสิ ประโยคชัดเจน หนักแน่น แต่ยุนโฮกลับต้องเอ่ยถามซ้ำอีกครั้งอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

อะไรนะ? คิ้วขมวดเข้าหากัน ...อันที่จริงเขาได้ยินชัดตั้งแต่ครั้งแรก

จูบ ชั้น แจจุงย้ำชัดๆทีละคำ สายตาที่ทอดมองอดีต..คนรัก มีทั้งแววเว้าวอนและเศร้าสร้อย..ต่างจากมือขาวเนียนข้างลำตัว ที่ยิ่งเมื่อยุนโฮลังเลนานเท่าไหร่ มันก็ยิ่งกำแน่นขึ้นเท่านั้น ให้เล็บที่ตัดแต่งอย่างดีจิกลงไปในอุ้งมืออย่างเพียรระงับอารมณ์

ยุนโฮละมือจากมืออีกข้างหนึ่งของแจจุง....ลังเลงั้นหรอ?..อันที่จริง จองยุนโฮไม่เคยลังเลแม้แต่น้อย เพียงแต่กำลังขบคิด..หาคำปฏิเสธที่ดีกว่าคำว่า ไม่ก็เท่านั้นเอง แต่ในเมื่อไม่พบคำตอบ ร่างสูงจึงตัดสินใจเงีบย...แล้วหมุนตัวไปในทิศทางตรงกันข้าม...ซึ่งสำหรับแจจุง มันก็ไม่ต่างอะไรกับคำว่า ไม่ แม่แต่น้อย

มือเล็กที่ถูกปล่อยจากการเกาะกุม ขยับคว้ามือที่เพิ่งละออกไปทันควัน รั้งอีกฝ่ายให้กลับมาเผชิญหน้ากัน
แค่จูบก็ไม่ได้หรือไง!!! ...เสียงที่เปล่งออกมาบางเบาราวกระซิบ แต่นัยน์จาวาวโรจน์ ทำให้คนมองรู้ว่าร่างโร่งกำลังกรุ่นโกรธ

"....."
เรียวปากแดงก่ำบิดเป็นรอยยิ้ม เมื่อไม่ได้รับคำตอบ...ยิ้มหยัน

นั่นสินะ...ขนาดตอนเราคบกัน นายยังไม่เคยจูบฉันสักครั้งนี่นา แจจุงทิ้งหางเสียงเศร้าสรอย แต่ประโยคต่อมากลับกล่าวด้วยท่าทางตรงกันข้าม เหมือนทุกอย่างได้ประทุออกมาพร้อมกันทั้งหมด
แต่กับนังนั่น นายกลับจูบได้อย่างไม่อายใครหน้า อพาร์ทเม้นต์!!!!...ทำไมล่ะยุนโฮ!!! ทำมะ-

เพี๊ยะ!!! ประโยคที่กำลังจะจบถูกขัดด้วยเสียงฝ่ามือที่กระทบใบหน้าอย่างแรง

ยุนโฮกัดฟันเมื่อรับรู้ว่าเพิ่งจะทำอะไรลงไป มือหนาทิ้งลงข้างตัว...กำเข้าช้าๆ ก่อนจะคลายออก...ความชายังหลงเหลืออยู่ยิ่งตอกย้ำว่าเขาลงมือแรงเพียงใด
สเตฟานี่ ไม่ใช่ นังนั่น ให้เกียรติเธอด้วย ดวงตาเรียวคมหลุบลงไม่สบหันดวงตาคู่โตที่เบิกกว้างจ้องมองเขาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เพิ่งจะเกิดขึ้น

แล้วในที่สุด แจจุงก็เดินออกไปจากห้องนั่งเล่นอย่างคนไร้วิญญาณ ทิ้งไว้เพียงยุนโฮที่ทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างอ่อนแรง ....มือข้างเดิมที่ก่อการอุกอาจกับอดีตคนรัก เลื่อนเข้ามากุมขมับอย่างคิดไม่ตก

รู้ดีว่าได้ทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายอย่างร้ายแรง แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้
.
เขามันโง่เอง..ที่ตัดสินใจเอาปัญหามาใส่ตัว....เขามันโง่เอง
.
ที่ไม่ยอมปล่อยมือจากคิมแจจุง เพราะความรู้สึกผิดบ้าๆในครั้งนั้น...

* * * * * ** * * ** * * * * * * * * * * *
แสงไฟสาดส่องเข้ามาในห้องนอนมืดสนิท..ก่อนสวิตช์ไฟตุถูกกดเปิดโดยมือหนา..หลังทะเลาะกันได้ไม่ถึง 15 นาที ยุนโฮก็ต้องเป็นฝ่ายมาง้อตามระเบียบ
ถ้าไม่คิดว่าน่าสมเพช จองยุนโฮก็คงเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก ....ทั้งๆที่ไม่ได้รัก แต่ความรู้สึกผิดกลับทำให้เขาจำต้องทิ้งทิฐิทุกอย่างเพื่อแจจุง

ในห้องไม่มีวี่แววของคนที่เขาตามหา แต่เสียงน้ำที่ไหลเอื่อยๆ ที่แว่วมา ทำให้ยุนโฮรู้ว่าแจจุงอยู่ในห้องน้ำ เขาคิดจะรอในตอนแรก แต่ในเมื่อประตูไม่ได้ลอคประกอบกับสังหรณ์บางอย่าง ยุนโฮจึงวิสาสะเปิดเข้าไป

เสียงน้ำเอื่อยๆที่ได้ยินคือเสียงน้ำที่ล้นออกจากอ่างอาบน้ำ....ว่างเปล่า โดยมีร่างที่เขาตามหานั่งชันเข่าอยู่บนพื้นใกล้ๆกัน..เปียกโชกตั้งแต่หัวจรดเท้า โดยที่เครื่องแต่งกายยังอยู่ครบทุกชิ้น

แจจุงไม่ได้สนใจการมาถึงของยุนโฮสักนิด ไม่ได้สังเกตเลย...ว่าใบหน้าคมคายซีดเผือดเพียงใด เมื่อเห็นมือขาวเนียนกดใบมีดลงไปตามความยาวของแขนอีกข้างอย่างช้าๆ ขนานไปกับรอยแผลโชกเกือบสิบที่เบียดเสีบดกันบนแขนเรียว
ใบหน้าของแจจุงไม่แสดงความรู้สึกแม้แต่น้อย ราวกับกำลังหมกมุ่นอยู่กับความเจ็บปวด....คิ้วเรียวขมวดอย่างไม่ชอบใจที่ไม่มีพื้นที่พอให้เขาได้สร้างรอยแผลเพิ่มขึ้นได้อีกแล้ว..ก่อนจะคลายออกเมื่อค้นพบหนทางใหม่

ในเมื่อทางยาวไม่ได้...ก็ขวางซะสิ

แต่ก่อนจะได้ทำตามที่คิด ยุนโฮที่ตั้งสติได้ก็ปราดเข้าไปแย่งใบมีดมาและส่งมันไปยังที่ไกลมือ ก่อนกระชากแขนอีกข้างมาดูบาดแผลพร้อมตวาดเสียงดัง
ทำอะไรของนายน่ะ แจจุง !!!!~ บ้าไปแล้วหรือไง

เสียงตวาดปลุกแจจุงให้ตื่นจากภวังค์ ดวงตาสีดำตวัดขึ้นมองยุนโฮเหมือนคนเพิ่งรู้ตัว ก่อนจู่ๆเจ้าตัวจะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง...จะน่าสมเพช หรือน่าสงสารดีล่ะ ที่ในที่สุดเสียงหัวเราะนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นไห้
...หัวเราะทั้งน้ำตา หรือที่ถูกควรบอกว่าพยายามหัวเราะเพื่อกลบเกลื่อนน้ำตา

ฮะๆ ฮ่า นะ นั่นสินะ ก็ฉันมันบ้าจริงๆนี่ ยุนโฮ ฮึก ความพยายามที่จะหัวเราะตอนแรกหายไปด้วยความที่เจ้าตัวกลั้นเสียงสะอื้นไห้ไว้ไม่ได้อีกต่อไป บ้าเนอะ ทั้งบ้าแล้วก็ขี้ขลาด ฮึก...แค่ขาดอากาศแปบเดียวก้ต้องทะลึ่งพรวดพราดขึ้นมาหายใจ....ถึงตายไม่ได้ไงล่ะ ฮึก ถึงต้องมาทำอะไรบ้าๆแบบนี้ไงล่ะ ฮึก..ฮะ ฮะ อึก

แจจุงพยายามหัวเราะ เหมือนจะรู้ว่านั้นจะยิ่งสร้างรอยแผลไว้ในใจยุนโฮได้ดียิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

ยุนโฮดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยน..กดศีรษะเล็กๆไว้กับแผ่นอก เพื่อซ่อนสีหน้าเจ็บปวดของเขาจากคนในอ้อมกอด

เท่านี้ก็อธิบายเรื่องเสื้อผ้าที่เปียกชื้นได้ดี..แจจุงพยายามจะตาย..ในอ่างนี้...แต่โชคดีที่ฝืนสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของตัวเองไม่ได้...เขาจึงมีคนๆนี้อยู่ในอ้อมกอดแบบนี้
แค่คิดว่าจะต้องเห็นคนตรงหน้าตายไปต่อน้าต่อตาเหมือนเมื่อครั้งอุบัติเหตุวันนั้น หัวใจก็บีบรัดจนทรมานไปหมด ถึงแม้แจจุงคนนี้จะไม่ช่างพูดช่างเอาใจแบบแจจุงคนนั้นอีกแล้ว แต่ความรักที่มีให้เขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด...

ทุกๆการกระทำ..ทำไปเพราะรัก..แม้แต่คนโง่ที่สุดก็น่าจะรู้

ยุนโฮค่อยๆดึงแจจุงออกจากอ้อมแขนอย่างนุ่มนวล ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประทับจูบที่ริมฝีปากแดงก่ำอย่างนุ่มนวล ...แดงก่ำ เพราะแจจุงกัดมันจนช้ำด้วยต้องการซ่อนเสียงสะอื้น

จูบ...หลากรสชาติ แม้จะหวานแต่ก็ปร่าด้วยรสของน้ำตา...และขม..รสที่รู้สึกได้ด้วยหัวใจของคนทั้งสอง ....ถึงอย่างนั้นแจจุงก็ตอบสนองโดยดี

ยุนโฮแตะหน้าผากกับอีกฝ่ายก่อนจะปลอบอย่างแผ่วเบา
นี่ไง...ฉันก็จูบแจจุงแล้ว..ไม่ร้องไห้แล้วนะแจจุง ..หยุดคิดอะไรไม่ดีได้แล้วรู้มั้ย
มือหนารั้งศีรษะนุ่มเข้าสู้อ้อมอกอีกครั้ง..แจจุงกำลังจะสงบลงแล้ว...ทุกอย่างกำลังจะไปได้ด้วยดีแล้ว....ถ้าแจจุงไม่สังเกตเห็นรอย kiss mark ที่ต้นคอของเขาซะก่อน
.
ดวงตาสีดำคู่โตเบิกกว้าง เป็นสัญญาณให้ยุนโฮรับรู้ถงความผิดปกติ...แต่ยังไม่ได้ใครครวญ ชายหนุ่มก็ถูกผลักออกห่างอย่างแรงจนต้องลงไปนั่งกับพื้น ในเวลาเดียวกัน แจจุงก็ปราดตรงเข้าไปหาใบมีดที่ตกอยู่ไม่ห่าง
เพราะรู้ว่าไม่อาจตามไปรั้งแจจุงได้ทัน ยุนโฮจึงตัดสินใจพุ่งตัวไปตัดหน้าแล้วปัดใบมีดให้กระเด็นไปสุดมุมห้องน้ำ แล้วรอรวบตัวแจจุงเอาไว้

แน่นอนว่าคนอย่างแจจุงไม่ยอมง่ายๆ ...ทั้งทุบตี ทั้งดิ้นรน ทั้งผรุสวาทเพียงเพื่อจะได้เป็นอิสระ จากคนที่เคยอ้อนวอนของร้อง เพื่อที่จะได้มาซึ่งจูบเพียงจูบเดียว
ปล่อยชั้นสิ !!ฮึก ฮือ ฮือๆ..ให้ฉันตาย!!! ฉันอยากตาย!!! ปล่อยชั้น!!!! ดิ้นรนไป ร่ำไห้ไป

แขนทั้งสองข้างทั้งที่บาดเจ็บและไม่บาดเจ็บระดมทุบลงบนอกของยุนโฮที่รวบตัวเขาไว้
ยิ่งขัดขืนมากขึ้น เสื้อของยุนโฮก็ยิ่งหลุดลุ่ยมากขึ้น เผยให้เห็นร่องรอยชัดเจนมากเข้าไปอีก...ยิ่งตอกย้ำ..

ว่าจองยุนโฮ ไม่ใช่เขา..และจะไม่มีวันเป็น

คนทรยศ!คนใจร้าย! คำพูดร้ายการถูกกล่าวออกมาเพื่อเชือดเฉือนอีกฝ่าย ....แท้จริงแล้วกำลังทิ่มแทงใจคนกล่าวจนชาไปหมด

คนทรยศ.....ยุนโฮจะทรยศเขาได้อย่างไร ในเมื่อไม่เคยรัก
คนใจร้าย....ใจร้ายแล้วผิดตรงไหน แจจุงสิคนใจร้าย ใจร้ายที่ผูกมัดยุนโฮเอาไว้ด้วยความรู้สึกผิด
นายมันบ้า แจจุง นายมันบ้าที่ปล่อยให้คนๆเดียวมามีอิทธิพลเหนือทุกๆการกระทำ
นายมันบ้าที่ไม่รักตัวเองเอาซะเลย ทำร้ายตัวเอง ทำร้ายหัวใจตัวเอง ให้ต้องเจ็บ ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก

ยุนโฮไม่บ่นสักคำ..แม้แจจุงจะแผลงฤทธิ์สักเท่าไหร่...แค่อีกฝ่ายทำร้ายตัวเองไม่ได้ก็เป็นพอ ที่ตอนนี้เขาต้องทำคือการหยุดความคิดบ้าๆของแจจุงที่อยากจะตายซะ....อะไรก็ได้แค่ให้แจจุงลืมมันไปเสีย

มีเพียงอย่างเดียวที่จองยุนโฮคิดออก และเขาก็ไม่ลังเลที่จะทำมัน...ไม่ว่ามันจะนำไปสู่ปัญหาอีกมากมายแค่ไหร แค่แจจุงเลิกคิดที่จะตาย ...เขาก็พร้อมจะทำทุกอย่าง

มือหนาเลื่อนมาจับไหล่บางทั้งสองเอาไว้ เพื่อกันไม่ได้อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหนี ก่อนริมฝีปากหยักจะโฉบลงไปประกบกันกลีบปากหวานอีกครั้ง ฉวยโอกาสตอนที่แจจุงกำลังตกใจแทรกลิ้นผ่านเข้าไป หลอกล่อ เล้าโลม...ให้อีกฝ่ายใหลหลงไปกับจูบหวาน..นานเข้าอาการขัดขืนของแจจุงก็ลดน้อยลง ใบหน้าหวานแดงเรื่อย ลมหายใจติดขัด แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดที่ยุนโฮต้องการ

ชายหนุ่มผละออกชั่วครู่เพื่อให้แจจุงได้หายใจ ก่อนจะประกบริมฝีปากลงไปใหม่..รุกเร้า เร่าร้อน มากขึ้น... จนกระทั่วได้ยินเสียงครางในลำคอจากแจจุง จูบร้อนจึงค่อยไล้ลงมายังแก้มปรั่งที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา เรื่อยลงมาจนถึงลำคอขาวเนียน

อือ..อา~ เสียงครางยังมีมาให้ได้ยินเป็นระยะ....แต่ไม่เข้าไปถึงประสาทการรับรู้ของยุนโฮสักนิด...ชายหนุ่มทิ้งสติทั้งหมดไปแล้ว รู้แต่สิ่งที่ต้องทำ...ทำ...ทิ้งทุกอย่างไว้ให้เป็นเรื่องที่ต้องขบคิดภายหลัง

ทุกอย่างดำเนินไปราวกับภาพที่พร่าเลือนมุมมองของคนทั้งสอง...ยุนโฮไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองคิด เช่นเดียวกับที่เขาไม่เหลือโอกาสให้แจจุงได้ไตร่ตรอง

สติสุดท้ายของแจจุงที่กลับมายามอาภรณ์ชิ้นล่างถูกเปลื้องไปพ้นจากตัวบอกให้เขาขัดขืน....เรื่องทั้งหมดนี่ไม่มีเหตุผลสักนิด ...ยุนโฮไม่ได้รักเขา...ไม่ได้รัก....ทั้งหมดก็แค่..สงสาร?...

แต่สัมผัสจากคนรัก ที่เขาโหยหาและต้องการมาโดยตลอด ..ทำให้เสียงนั้นเบาลงทีละน้อยๆ

แค่ลืมทุกอย่างไปซะก็พอ...ลืมไปเสีย แล้วตักตวงความสุขของช่วงเวลานี้ซะ ....ความสุข ที่ชั่วชีวิตนี้อาจไม่หวนกลับมาอีกแล้ว...น้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจไหลอาบปรางขาวเนียน ก่อนจะถูกมือหนาเช็ดออกไปอย่างอ่อนโยน และจูบถัดมาที่ยุนโฮหยิบยื่นให้ก็ลบทุกอย่างไปจากห้วงความคิดของแจจุง

...ทุกอย่าง...ยกเว้นเพียงชื่อๆเดียว....

อ๊ะ! ยุนฮะ--- เสียงหวานอุทาน เมื่อรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดจากสิ่งที่รุกล้ำเข้ามา น้ำตาเริ่มคลอหน่วยอีกครั้ง และถูกกลบด้วยจูบหวาน เนิ่นนาน จนกระทั่งชายหนุ่มสอดใส่เข้าไปได้จนสุด

อา~แจจุง เสียงทุ้มคราง แต่การตอบรับกลับเป็นเสียงสะอื้นไห้ของแจจุง
ฮึก ฮือ..อืมม อึก ..

ทรมาน....ต่างฝ่ายต่างก็เก็บคำๆนั้นไว้ในใจ

อือ~ อ๊ะ อ้า อา~
อืมม

แม้การหล่อรวมที่แสนหวานจะนำพาอารมณ์ให้เตลิดเปิดเปิงไปเพียงใด การขยับกายสักกี่ครั้ง ..สัมผัสแห่งเสน่หาอีกกี่สัมผัส ก็ไม่อาจเยียวยาความเจ็บปวด และทรมานที่เกิดขึ้นในใจได้ ต่างก็ปล่อยให้ร่างกายเคลื่อนไหวตามอารมณ์ต่อไป ให้ความต้องการครอบงำ เพียงเพื่อจะลืมเลือนความทุกข์
ของตน...และหนี....จากความเห็นจริง...

อะ...อ๊า...แจจุงครางเสียงสูง เมื่ออารมณ์ถูกผลักดันไปจนถึงจุดสูงสุด เร่งให้ยุนโฮต้องขยับกายเร็วแรงขึ้นก่อนทั้งสองจะปลดปล่อยมาในเวลาไล่เลี่ยกัน

.....ถ้าความทุกข์ปลดปล่อยออกมาได้อย่างอารมณ์ก็คงดี....แต่ตรงกันข้าม...ความทุกข์กลับรอคอยอยู่แล้ว เมื่อความสุขดำเนินมาถึงสุดทางของมัน

อึก ....ฮึก.. แจจุงสั่นไปทั้งร่าง เพราะความพยายามที่จะกลั้นเสียงสะอื้น....เรียวแขนกอดรัดร่างของยุนโฮให้แน่นเข้า ขณะที่น้ำไหลลงมาไม่ขาดสาย....ถูกโจมตีด้วยความสับสนทางอารมณ์
มือหนาเลื่อนขึ้นมาไล้ไปตามเรือนผมนิ่มเพื่อปลอบโยน..กระชับวงแขนที่โอบอยู่รอบร่างบางเช่นกัน...ไม่มีน้ำตา แต่สีหน้ากลับแสดงความเจ็บปวดของมาได้อย่างชัดเจน ดวงตาเรียวคมฉายแววโศกเศร้า....แล้วยิ่งเศร้าจับใจ ยามโน้มลงมาประทับจูบบางเบาที่ขมับของคนในอ้อมแขน
ทั้งสองอยู่อย่างนั้น...นาน

จนกระทั่งในที่สุด ยุนโฮก็ช้อนร่างอ่อนปวกเปียกของแจจุงขึ้นจากพื้น วางร่างบางลงในอ่างน้ำอย่างนุ่มนวล ....ก่อนจะทรุดกายกลับลงนั่งบนพื้นข้างๆช้าๆ....รอคอยจนกว่าแจจุงจะจัดการชำระร่างกายเสร็จ

รอคอย...โดยหวังว่าความเงียบจะหาหนทางที่ถูกต้องให้กับเขาสำหรับการกระทำต่อๆไป
.
* * * * * * * * * * * * * * * * * *

โอ๊ย! เสียงอุทานจากคนที่นั่งห้อยขาอยู่บนเตียงทำให้ยุนโฮรีบละมือออกจากบาดแผล ก่อนเงยหน้าเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

เจ็บมากหรือเปล่า เมื่อได้รับคำตอบเป็นการพยักหน้า ร่างสูงก็ถอนหายใจ อดจะกัดกลับไม่ได้

แล้วที่ตอนกรีดลงไป ทำท่าเหมือนไม่เจ็บ....ดุเสร็จมือใหญ่ก็แกล้งกดสำลีชุบยาใส่แผลลงไปบนรอยกรีดอีกรอบ เรียกเสียงโอดโอยจากแจจุง....สมน้ำหน้า ถือเป็นการเอาคืนเบาะๆที่ทำเขาใจหายใจคว่ำแทบตายก่อนหน้านี้

โอ๊ย เจ็บนะ ยุนโฮ... หึ ก็ตอนนั้นมันไม่แสบนี่ ....ร้องโอดโอยเสร็จ แจจุงก็เถียงข้างๆคูๆ ยุนโฮจึงประเคนยาแสบๆลงแบนแขนให้อีกรอบ...ผลก็คือ แจจุงชักแขนกลับแทบจะในทันที ...แต่ก็หนีไปไหนไม่ได้ไกล เพราะข้อมือถูกมือหนาจับไว้ซะแน่น
ไม่เอาแล้วๆ ไม่ใส่ยาแล้ว.. พันแผลไปเดี๋ยวนี้เลย พอดึงหนีไม่ได้ แจจุงก็หลับตาปี๋ แล้วทำเสียงเข็งสั่งเหมือนเด็กเอาแต่ใจ ....เรียกเสียงรอยยิ้มบางๆ ให้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของยุนโฮ...

ไม่ได้!!! แต่ชายหนุ่มก็ปฏิเสธเสียเด็ดขาด แล้วลงมือจิ้มยาแสบๆลงบนแผลต่อ ....จนเรียบร้อยหมดทุกแผลแล้วนั่นแหละ ยุนโฮถึงหยิบผ้ามาพันให้...แต่พอถึงตอนนั้นแจจุงก็น้ำตาเล็ดไม่รู้กี่รอบ

อะ! เสร็จละ ในที่สุดปฏิบัติการทำมัมมี่ เอ๊ย การพันแผลที่แขนแจจุงก็สำเร็จด้วยดี

หึ! แจจุงทำเสียงในลำคออย่างงอนๆ แทนที่จะเอ่ยขอบคุณ ร่างบางกลับวิพากษ์วิจารณ์ครั้นพอพ้นผ้าแล้วยกมือยกไม้ไม่สะดวก นายแน่ใจนะว่านี่แค่พันแผล...แน่นยังกับใส่เฝือกอ่อน

จริงก็ๆน่าจับนายใส่นะ แจจุง ทั้งสองแขนเลย มือไม้จะได้ไม่ซนคว้ามีดมากรีดแขนตัวเองเล่นอีก วิจารณ์เสร็จเลยโดนยุนโฮประชดเข้าให้ขณะง่วนเก็บเครื่องไม้เครื่องมือ ทำเอาใบหน้าหวานยิ่งงอง้ำขึ้นอีก แถมด้วยการแลบลิ้นปลิ้นตา
แล้วรีบตีหน้าเรียบเมื่อยุนโฮเงยหน้าขึ้นมา

มา จะพยุงไปที่ห้อง ร่างสูงขยับจะช่วยพยุงให้ลุกขึ้นจากเตียง...อพาร์ทเม้นต์นี้มีห้องน้ำเพียงห้องเดียว คือในห้องนอนของยุนโฮ และยุนโฮก็แต่งตัว กับทำแผลให้แจจุงที่นี่ เพราะสะดวกกว่า

แจจุงส่ายหน้า ก่อนจะเอ่ยถามเสียงอ่อย คืนนี้นอนที่นี่ไม่ได้หรอ ดวงตาคู่โตหลุบมองพื้นขณะรอคอยคำตอบ

ความเงียบโรยตัวชั่วขณะเดียว ก่อนเสียงถอนใจจะดังขึ้นเหนือศีรษะ ก็ได้ๆ ถ้าแจจุงสัญญาว่าจะทำตัวดีๆน่ะนะ อนุญาติแล้วเจ้าตัวก็บ่นหงุงหงิงขณะลากขาตรงไปกยังห้องน้ำ แต่ถ้าก่อเรื่องอีกล่ะก็ฉันจะส่งนายไปนายที่โซฟาในห้องรับแขกซะให้เข็ด

ถึงจะมีคำขู่ตามมาทีหลัง แต่คนถูกขู่ก็หน้าบาน แล้วพอประตูห้องน้ำปิดปั๊บ ร่างโปร่งก็รีบขยับด้วยซุกเข้าไปในผ้านวมอุ่นอย่างรวดเร็ว ราวกับเกรงว่าเจ้าของเตียงจะเปลี่ยนใจเมื่อกลับออกมา

ไม่นานเสียงประตูห้องน้ำก็ที่เปิดออกก็ดังมากระทบโสต หลังเสียงขลุกขลักไม่กี่นาที ไฟในห้องก็ถูกปิดลง ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นแจจุรู้สึกได้ว่าผ้าห่มอีกฝากถูกเลิกขึ้น แล้วเตียงก็ยุบลงเล็กน้อยเมื่อร่างใหญ่ๆแทรกกายเข้ามา

แม้จะนอนคนละฝากของเตียง แต่แจจุงก็ห้ามความปิติน้อยๆไมให้ผุดขึ้นมาในหัวใจไม่ได้.....แจจุงเพิ่งจะตระหนัก...แค่นี้ก็พอแล้วสำหรับเขา แจจุงจะไม่เรียกร้องอะไรอีก ตราบเท่าที่คนที่เขารักยังห่วงใย ยังให้ความสำคัญ

...ตราบใดที่ยุนโฮยังมี แจจุงอยู่ในสายตาไม่ว่าจะในฐานะที่น่าลำบากใจแค่ไหน...นั่นพอแล้วสำรหบัคนเห็ยแก่ตัวอย่างเขา

ความเหนื่อยล้าทำให้แจจุงหลับไปในเวลาไม่นาน แต่สำหรับยุนโฮ...ดวงตาเรียวคมยังทอดมองฝ่าความมืดมายังร่างโปร่งที่ขดตัวอยู่อีกฝากหนึ่งของเตียง ด้วยความรู้สนึกที่สับสนปนเป...ก่อนในที่สุด ยุนโฮจะปัดภาระในการตัดสินทุกสิ่งทุกอย่างให้กาลเวลา

ไม่จะว่าเกิดอะไรขึ้น แจจุงก็ยังเป็นความรับผิดชอบของเขา ... ในเมื่อเขาเป็นคนผูกปมนี้ขึ้นมา จนในที่สุดในก็ยุ่งหยิงยากจะแก้...ก็ต้องรับภาระจูงคนที่ปลายเชือกเส้นนี้ต่อไป ...จนกว่าจะแก้ปมออกได้ในวันหนึ่งข้างหน้า...และแยกย้ายกันไปสุดแต่เส้นทางชีวิตจะนำพา

ปมหลายปมแก้ได้ แก้ไม่ได้ก็ตัด....แต่ก้มีปมบางประเภทที่นอกจากจะแก้ไม่ได้แล้ว ยังตัดไม่ขาด

.....ปมที่เรียกกันว่า ปมรัก ไงล่ะ


Comment

Comment:

Tweet


สเตฟานนี่อีกแล้วววว
สงสารแจจัง ยุนไม่รักแจแล้วมาคบกับแจทำไมฟระ???
เรื่องนี้จะต้องแนวเศร้าแน่เลยอ่ะ เหอๆ
รีบแต่งต่อนะจ๊ะ
#1 by princessprimmie At 2007-05-30 09:47,